Showing posts with label Mobile. Show all posts
Showing posts with label Mobile. Show all posts

Sunday, September 16, 2012

รู้จักกับ 4G LTE ที่มีใน iPhone5 และมือถือรุ่นใหม่หลายรุ่น


หลังจากที่ Apple ได้เปิดตัวโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่คือ  iPhone5 กันเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งหนึ่งในคุณสมบัติของ iPhone5 คือการรองรับเครือข่าย LTE   แม้ในไทยอาจไม่คุ้นชื่อเท่าไรนัก เพราะยังไม่เปิดให้บริการทั่วไปในไทย แต่ในต่างประเทศก็กล่าวถึงกันบ่อย วันนี้จะทำความรู้จักกับคำว่า LTE กันอีกครั้ง

LTE หรือ Long term Evolution ความหมายเดิมทางวิศวกรรม  LTE ก็เป็นชื่อยุค 3.9G แต่ในบรรดาผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือ-โอเปอเรเตอร์ในต่างประเทศต่างชู LTE เป็น 4G หรือโทรศัพท์ยุคที่4 นี้เอง



LTE เป็นหนึ่งมาตรฐานจากกลุ่ม The Third Generation Partnership Project (3GPP) ที่สามารถตอบสนองการใช้งานบรอดแบนด์ไร้สายความเร็วสูง  ซึ่งตามทฤษฎีนั้น LTE แบ่งเป็น 2 ชื่อมาตรฐาน คือ 4G LTE อัพโหลด 50Mbps ดาวน์โหลด 100 Mbps  และ LTE Advance อัพโหลด 500Mbps ดาวน์โหลด 1Gbps

ส่วนอุปกรณ์ที่สามารถใช้บนเครือข่าย 4G นั้น คล้ายคลึงกับ อุปกรณ์ที่ใช้บน 3G  ทั้งโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต แอร์การ์ด และ Mi-fi เป็นต้น  แต่จะมีสัญลักษณ์ที่บอกว่ารองรับ 4G LTE หรือระบุสเปคบนอุปกรณ์ว่ารองรับ LTE ยกตัวอย่างที่ขายในไทยแล้ว เช่น The New iPad และเร็วๆนี้กับ iPhone5 นอกจากนี้ในก่อนหน้านี้ ยังนำเข้าอุปกรณ์ที่รองรับ LTE มาทดสอบในไทยบางส่วน เช่น Aircard , Wifi Adapter เป็นต้น

มีหลายประเทศที่เริ่มให้บริการ 4G LTE  กันแล้ว แต่คลื่นความถี่ 4G LTE ในแต่ละประเทศหรือแต่ละทวีปจะใช้ย่านคลื่นความถี่แตกต่างกันไป   อย่างเช่น
  • อเมริกาเหนือ ใช้ LTE คลื่นความถี่700 , 800 , 1700 และ 1900 MHz
  • ทวีปยุโรป ใช้คลื่นความถี่ 800, 900 , 1800 และ 2600 MHz
  • ทวีปเอเชีย นิยมใช้คลื่นความถี่ 1800 , 2600 MHz
  • ออสเตรเลีย ใช้คลื่นความถี่ 1800 MHz
ในประเทศไทย ได้ทดสอบ 4G แล้วเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ในคลื่นความถี่ 1800 และ 2300 MHz หลังจากนั้นรอกันต่อไปว่าจะเลือกใช้คลื่นความถี่ไหน เป็นคลื่นความถี่หลักในการให้บริการ 4G LTE ในไทยในอนาคต


Tuesday, June 26, 2012

Tablet , Computer , Ipad , Ipod มันแตกต่างหรือเหมือนกัน อย่างไร



"แท็บเล็ต - Tablet" ในความหมายแท้จริงแล้วก็คือแผ่นจารึกที่เอาไว้บันทึกข้อความต่างๆโดยการเขียน (อาจจะเป็นกระดาษ, ดิน, ขี้ผื้ง, ไม้)
และมีการใช้กันมานานแล้วในอดีต แต่ในปัจจุบันมีการพัฒนาคอมพิวเตอร์ที่ใช้แนวคิดนี้ขึ้นมาแทนที่ซึ่งมีหลายบริษัทได้ให้คำนิยามที่แตกต่างกันไป 
หลักๆแล้วก็มี 2 ความหมายด้วยกันคือ "แท็บเล็ต พีซี - Tablet PC (Tablet Personal Computer)" และ "แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ - Tablet Computer" 
หรือเรียกสั้นๆว่า "แท็บเล็ต - Tablet"



ท็บเล็ต พีซี - Tablet PC (Tablet personal computer)
"แท็บเล็ต พีซี - Tablet PC (Tablet personal computer)" คือ "เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่สามารถพกพาได้และใช้หน้าจอสัมผัสในการทำงาน
เป็นอันดับแรก ออกแบบให้สามารถทำงานได้ด้วยตัวมันเอง" ซึ่งเป็นแนวคิดที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากหลังจากทาง Microsoft ได้ทำการเปิดตัว 
Microsoft Tablet PC ในปี 2001 แต่หลังจากนั้นก็เงียบหายไปและไม่เป็นที่นิยมมากนัก 

"แท็บเล็ต พีซี - Tablet PC" ไม่เหมือนกับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหรือ Laptops ตรงที่อาจจะไม่มีแป้นพิมพ์ในการใช้งาน แต่อาจจะใช้แป้นพิมพ์เสมือนจริง
ในการใช้งานแทน (มีแป้นพิมพ์ปรากฎบนหน้าจอใช้การสัมผัสในการพิมพ์) "แท็บเล็ต พีซี - Tablet PC" ทุกเครื่องจะมีอุปกรณ์ไร้สายสำหรับการเชื่อมต่อ
อินเตอร์เน็ตและระบบเครือข่ายภายใน


แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ - Tablet Computer หรือ แท็บเล็ต - Tablet
"แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ - Tablet Computer" หรือเรียกสั้นๆว่า "แท็บเล็ต - Tablet" คือ "เครื่องคอมพิวเตอร์ที่สามารถใช้ในขณะเคลื่อนที่ได้ขนาดกลาง
และใช้หน้าจอสัมผัสในการทำงานเป็นอันดับแรก มีคีย์บอร์ดเสมือนจริงหรือปากกาดิจิตอลในการใช้งานแทนที่แป้นพิมพ์คีย์บอร์ด และมีความหมายครอบคลุม
ถึงโน๊คบุ๊คแบบ convertible ที่มีหน้าจอแบบสัมผัสและมีแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดติดมาด้วยไม่ว่าจะเป็นแบบหมุนหรือแบบสไลด์ก็ตาม"  

ซึ่่งทางบริษัท Apple ผู้ผลิต "ไอแพด - iPad" ได้เรียกอุปกรณ์ของตัวเองว่าเป็น "แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ - Tablet Computer" เครื่องแรก

ความแตกต่างระหว่าง "แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ - Tablet computer" และ "แท็บเล็ต พีซี - Tablet PC"
เริ่มแรก "แท็บเล็ต พีซี - Tablet PC" จะใช้หน่วยประมวลผลกลางหรือ CPU ที่ใช้สถาปัตยกรรม x86 ของ Intel เป็นพื้นฐานและมีการปรับแต่งนำเอาระบบปฏิบัติการ
หรือ OS ของเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลหรือ Personal Computer - PC มาทำให้สามารถใช้การสัมผัสในการทำงานได้ ตัวอย่างเช่น Windows 7 หรือ 
Ubuntu Linux แทนที่จะใช้แป้นพิมพ์คีย์บอร์ดหรือเมาส์ และเนื่องจากเป็นการรวมกันระหว่างระบบปฏิบัติการ Windows และหน่วยประมวลผลกลางหรือ 
CPU ของ Intel ทำให้มีคนเรียกกันว่า "Wintel"

ต่อมาในปี 2010 ได้เกิดแท็บเล็ตที่แตกต่างจาก "แท็บเล็ต พีซี - Tablet PC" ขึ้นมาโดยไม่มีการยึดติดกับ Wintel แต่ไปใช้ระบบปฏิบัติการของโทรศัพท์เคลื่อนที่
แทนนั่นก็คือ "แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ - Tablet Computer หรือเรียกสั้นๆว่า แท็บเล็ต - Tablet" ซึ่งจะใช้หน้าจอแบบ capacitive แทนที่ resistive ทำให้สามารถ
สัมผัสโดยการใช้นิ้วได้โดยตรงและสัมผัสพร้อมกันทีละหลายจุดได้หรือ multi-touch ประกอบกับการใช้หน่วยประมวลผลกลางหรือ CPU ที่ใช้สถาปัตยกรรม ARM 
แทนซึ่งสถาปัตยกรรม ARM นี้ทำให้แท็บเล็ตนั้นมีการใช้งานได้ยาวนานกว่าสถาปัตยกรรม x86 ของ Intel หลายๆคนคงจะรู้จักแท็บเล็ตตัวนี้กันเป็นอย่างดีนั้นก็คือ 
ไอแพด (iPad) นั้นเอง

Monday, June 4, 2012

เมื่อนำ iPhone 4S และ Samsung Galaxy S3 มาทดสอบทำตกลงพื้น !!!



--> เนื่องจากเมื่อวันที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา Samsung เริ่มจัดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ Samsung Galaxy S3 ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนชูธงของแบรนด์ซัมซุงที่จะมาสู้กับ iPhone และบรรดาสมาร์ทโฟนยี่ห้ออื่นๆด้วย (โดยเฉพาะ HTC ที่มีรุ่นจำหน่ายก่อนหน้านี้อย่าง HTC ONE X นี่เอง ) แต่คราวนี้จะมาดูว่าเมื่อทั้ง 2 สุดยอดสมาร์ทโฟน ทำตกลงพื้น จะเกิดอะไรขึ้น?
เมื่อเว็บไซต์ข่าวสาร Android อย่าง androidauthority.com ได้อัดวีดีโอ แล้วโพสขึ้น Youtube เป็นวีดีโอ สมาร์ทโฟน 2 รุ่นยอดนิยม อย่าง iPhone 4S และ Samsung Galaxy S3 มาทดสอบ Drop Test หรือการทำตกลงพื้นในลักษณะต่างๆ โดยจะทดสอบทำตกลงพื้น 3 แบบ คือ ด้านหลังเครื่องตกถึงพื้น ด้านข้างของเครื่องตกถึงพื้น และด้านหน้าจอของเครื่องตกถึงพื้น ซึ่งทั้ง 2 รุ่นอย่าง iPhone 4S และ Samsung Galaxy S3 จะทดสอบเหมือนกันทั้ง 3 แบบนี้
ที่น่าสนใจก็คือ เมื่อด้านหน้าจอมือถือตกถึงพื้น หน้าจอมือถือทั้ง 2 รุ่นก็จะแตกร้าวเหมือนกัน แม้ว่า Samsung Galaxy S3 มีหน้าจอทำจาก Corning’s Gorilla Glass 2 ซึ่งขึ้นชื่อว่าทนต่อแรงขีดข่วน แต่หากจอนี้ตกลงพื้นก็ยังดูแตกร้าวอยู่ดี (เช่นเดียวกันกับกรณี HTC ONE X จอแตกจากการเผลอทำมือถือตกลงพื้นโดยหน้าจอตกถึงพื้นก่อน) แต่ทั้ง iPhone4S และ Samsung Galaxy S3 ยังสามารถแตะสัมผัสใช้งานผ่านหน้าจอได้ แม้ว่าจอของทั้ง 2 รุ่น จะแตกก็ตาม

สำหรับคลิปวีดีโอนี้และการนำเสนอนี้เป็นการโชว์การทดสอบการทำตกลงพื้น เพื่อให้ผู้ใช้มือถือสมาร์ทโฟนทั้ง 2 รุ่นอย่าง iPhone 4S และ Samsung Galaxy S3 ได้รู้สิ่งที่เกิดขึ้นหากตกลงพื้น และให้เพิ่มความระมัดระวังในการดูแลมือถือของคุณ

คำเตือน อย่าลอกเลียนแบบทดสอบตามคลิปวีดีโอนี้ หากทำตามคลิปวีดีโอ แม้จะนำมือถือมาซ่อมที่ศูนย์ก็ไม่สามารถเรียกประกันได้ เพราะเนื่องจากตั้งใจทำมือถือเสียหาย ซึ่งอยู่นอกประกัน

ข้อมูลจาก androidauthority.com